|
พระประวัติ
     พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมพระพิพิธโภคภูเบนทรฯ. ทรงเป็นต้นราชสกุล "พนมวัน ณ อยุธยา" ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับ เจ้าจอมมารดาศิลา (เจ้าจอมมารดาศิลา ท่านเป็น
ธิดาของขรัวยายฟักทองราชินิกุล ณ บางช้าง ตัวท่านขรัวยายฟักทอง นั้น บิดาของท่านคือ ขุนสนิทภิรมย์ เป็นบุตรชายท่าน
ยายมุก / ส่วนมารดา คือ ท่านยายเชียง เป็นบุตรสาวของท่านตาเจ้าแทน ท่าน เจ้ามุก,เจ้าแทน เป็นพระชนกทอง ซึ่งเป็น
พระชนก(พี่สาว พี่ชายแท้ ๆ ) ของ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 )พระบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ทรงประสูติเมื่อวัน พุธ เดือน 11 ขึ้น 14 ค่ำ ปีขาล ฉศก จุลศักราช 1156 ตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2337

     พระบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ทรงมีพระภคินีและพระอนุชา ร่วมพระมารดาศิลารวม 5 พระองค์ ประกอบด้วย
  1. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวงศ์ (ที่ 10 ใน รัชกาลที่ 2) ประสูติ ณ วันอังคาร เดือน 8 ปีกุน พ.ศ. 2334 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  2. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ (ที่ 17 ใน รัชกาลที่ 2) ประสูติ ณ วันพุธ เดือน 11 ขึ้น 14 ค่ำตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม ปีขาล พ.ศ. 2337 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 เมื่อวันจันทร์ เดือน 5 แรม 8 ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. 2399 ทรงเป็นต้นราชสกุลพนมวัน
  3. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ (ที่ 22 ใน รัชกาลที่ 2) ประสูติ ณ วันพุธ เดือน 6 ขึ้น 4 ค่ำ ปีมะเมีย พ.ศ. 2341 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 แรม 13 ค่ำ ปีกุน พ.ศ. 2406 ทรงเป็นต้นราชสกุลกุญชร
  4. พระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทินกร กรมหลวงภูวเนตรนรินทร์ฤทธิ์ (ที่ 35 ใน รัชกาลที่ 2) ประสูติ ณ วันอาทิตย์ เดือน 7 ขึ้น 12 ค่ำ ตรงกับวันที่ 24 พฤษภาคม ปีระกา ตรีศก 1213 พ.ศ. 2344 ทรงเป็นต้นราชสกุลทินกร
  5. พระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอินทนิล (ที่ 42 ใน รัชกาลที่ 2) ประสูติ ณ วันพุธ เดือน 11 ขึ้น 6 ค่ำ ปีชวด พ.ศ. 2347 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5 เมื่อปีวอก พ.ศ. 2419 พระชันษา 65 ปี

     พระบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ได้รับสถาปนาพระยศดังนี้
  • รัชกาลที่ 2 พระบามสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านนภาลัย โปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นพิพิธภูเบนทร
  • รัชกาลที่ 3 พระบามสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนเป็น กรมขุนพิพิธภูเบนทร เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม (แรม 11 ค่ำ เดือน 6 ) พ.ศ. 2375
  • รัชกาลที่ 4 พระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนเป็น กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร นเรนทรสุริยวงศ์ อิศวรพงศพรพิพัฒนศักดิรัตนธำรง คุณาลงกฏเกียรติวิบุล อดุลยเดชบพิตร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปีกุน พ.ศ. 2394


กรมพระพิพิธฯ นั้นท่านทรงกำกับ กรมพระนครบาล (เวียง) ระหว่างรัชกาลที่ 2 ถึงรัชกาลที่ 3 โดยมีการโปรดฯ ให้กำกับกรมพระคชบาลเพิ่มอีกหนึ่งกรมอีกด้วย โดยกรมทั้งสองต่างเป็นกรมสำคัญที่มีผู้คนสังกัดมากทั้งสองกรม

ในพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯถึงพระบรมวงศ์ผู้ทรงอาวุโส ช่วงใกล้จะเสด็จสวรรคตนั้น พระนาม
ของกรมขุนพิพิธฯนั้นปรากฏอยู่ในรายชื่อเจ้านายสี่พระองค์ที่ทรงหมายจะ ให้สืบราชสมบัติต่อจากพระองค์ โดยรายชื่อ
ดังกล่าวมีชื่ออยู่ด้วยกัน 4 พระองค์ ประกอบด้วย
  1. ท่านฟ้าใหญ่ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
  2. ท่านฟ้าน้อย (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว)
  3. กรมขุนเดช (กรมขุนเดชอดิศร พระองค์เจ้ามั่ง ต่อมาในรัชกาลที่ 4 สถาปนาเป็น กรมสมเด็จพระเดชาดิศร หรือ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร)
  4. กรมขุนพิพิธฯ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์)

กรมพระพิพิธฯ นั้น ทรงโปรดดนตรีปี่พาทย์และการละครเป็นอย่างมาก โดยทรงมีทั้งวงปี่พาทย์ และละครนอกในช่วง รัชกาลที่ 2 และ ละครใน ในช่วงรัชกาลที่3 ในพระนิพนธ์เรื่อง "ตำนานละคร" ของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวว่า ฯ กรมพระพิพิธฯ ทรงมีวงปี่พาทย์ผู้ชายวงหนึ่ง ซึ่งเป็นปี่พาทย์เครื่องใหญ่สำหรับทำรับเสภา คือประกอบการเล่น เสภาโดยเป็นพระราชนิยมใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ รัชกาลที่ 2 และ ในสมัยรัชกาลที่ 3 แม้ละครของหลวงไม่ มีแต่ก็มีละคร อย่างละครหลวงของเจ้านาย และขุนนางใหญ่โตถึง 11และ โรง 1 ใน 11 คือ ละครโรงของ กรมพระพิพิธ โภคภูเบนทร ซึ่งว่ากันว่า กระบวนรำสวยงามดีกว่าโรงอื่นๆ ทั้งนั้น

นอกจากนี้ยังเป็นเจ้านายที่ทรงโปรดไม้ดัดและนับว่าเป็นท่านที่ริเริ่มไม้ดัดในสยามประเทศ

ในปี พ.ศ. 2369 เกิดศึกเจ้าอนุวงศ์ ยก ทัพเข้ามายึดนครราชสีมา ในรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ โปรดฯให้กรมขุนพิพิธฯ เป็นแม่ทัพบัญชาการกองทัพ ตั้งทัพสกัดตามชายทุ่ง ตั้งแต่ สามเสน ถึงทุ่งวัวลำพอง (หัวลำโพง) โค้งออกตามชายทุ่งบางกะปิ ไปจรดแม่น้ำเจ้าพระยา กรมพระพิพิธฯ เป็นแม่ทัพทรงตั้งกองบัญชาการอยู่ที่บริเวณวัดแหลม (วัดแหลม
หรือ บางที ก็เรียกว่า " วัดไทรทอง " เนื่องด้วยคงมีต้นไทรใหญ่อยู่ในวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาวัดแหลม ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น " วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม " ) ทรงวางแนวรบที่สองตามแนวกำแพง พระนครด้านนอก (คลองบางลำภูโค้งไปตามคลองโอ่งอ่าง) แต่กองทัพเวียงจันทน์ พ่ายแพ้กองทัพไทยทุกด้านที่ยกเข้ามา ยังไม่ทันบุกเข้ามาถึงพระนคร

หลังศึกเจ้าอนุวงศ์สงบ กรมพระพิพิธฯ จึงทรงชักชวนเจ้าพี่เจ้าน้องให้ร่วมกันบูรณะวัดแหลม ทรงสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์ ถึงรัชกาลที่4 จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดว่า "วัดเบญจบพิตร" หมายถึงวัดของเจ้านาย 5 พระองค์

ต่อมาถึงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงซื้อที่ดินราษฎรทางด้านสวนในบริเวณใกล้กับวัดเบญจบพิตร เพื่อทรงสร้างวังส่วนพระองค์ ทรงพระราชดำริว่า วัดเบญจบพิตร นั้น ทรุดโทรมแล้ว จึงทรงถวายที่ดินเป็นที่วิสุงคามสีมา สร้างวัดเบญจบพิตรขึ้นใหม่ ให้งดงามพร้อมสรรพเป็นวัดใหญ่ พระราชทานนามให้ใกล้เคียงชื่อเดิมว่า "วัดเบญจมบพิตร" เติม " ม " ลงไป มีความหมายว่า วัดที่พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 5 ทรงสร้าง

กรมพระพิพิธฯ ทรงประทับอยู่ที่วังหับเผย (วังที่ 1) ตั้งอยู่ตรงถนนพระพิพิธ ซึ่งเป็นถนนตัดระหว่างถนนสยามไชยกับ ถนนราชินี ข้ามสะพานอุบลรัตน์ไปบ้านหม้อซึ่งอยู่ริมคลองคูเมืองเดิม กรมพระพิพิธฯ ทรงสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อวันจันทร์ เดือน 5 แรม 8 ค่ำ ปีมะโรง อัฐศก จุลศักราช 1218 ตรงกับวันที่ 27 เมษายนพ.ศ. 2399 พระชันษา 62 ปี

ครั้น ณ เดือน 4 ขึ้น 11 ค่ำ วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2400 เจ้าพนักงานได้ อัญเชิญพระศพกรมพระพิพิธ
โภคภูเบนทร์ มาลงเรือเอกไชยที่หน้าวัดพระเชตุพน เวลา 2 ยามเศษ แห่หามไปเข้าเมรุผ้าขาวที่หลังวัดอรุณราชวราราม ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการมหรสพ 2 วัน 2 คืน และได้ทรงเสด็จจพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ ณ เดือน 4 ขึ้น
13 ค่ำ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2400 ทรงพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ

พระโอรส-พระธิดา
  • หม่อมเจ้าหญิงนารี พนมวัน
  • หม่อมเจ้าหญิงประดับ พนมวัน
  • หม่อมเจ้าหญิงสำอาง พนมวัน
  • หม่อมเจ้าไม่ปรากฏพระนาม
  • หม่อมเจ้าชายไม่ปรากฏพระนาม
  • หม่อมเจ้าหญิงประไภย พนมวัน (ไม่มีข้อมูล - 13 มิถุนายนพ.ศ. 2444)
  • หม่อมเจ้าชายชิต พนมวัน (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชิดเชื้อพงศ์)(พ.ศ. 2362 - 21 ตุลาคมพ.ศ. 2422)
  • หม่อมเจ้าหญิงเลียบ พนมวัน
  • หม่อมเจ้าชายนพคุณ พนมวัน
  • หม่อมเจ้าชายยินดี พนมวัน
  • หม่อมเจ้าชายปรีดา พนมวัน
  • หม่อมเจ้าชายเจียก พนมวัน(ไม่มีข้อมูล - พ.ศ. 2449)